เหยี่ยว นักล่าเจ้าเวหาที่ สายตาเฉียบแหลมที่สุด !!

เวลาที่เราเห็นเหยี่ยวบินอยู่บนท้องฟ้า ความสง่างามของมันเหนือกว่านกทั้งมวล ประสาทสัมผัสอันยอดเยี่ยมทำให้คนยกย่อง เหยี่ยว เป็นสุดยอดของนักล่า ถ้าในป่ามีเสือเป็นเจ้าป่า บนฟากฟ้าเหยี่ยวย่อมรั้งตำแหน่ง เจ้าเวหา อย่างไม่ต้องสงสัย ในวัฎจักรธรรมชาติ เหยี่ยวยังอยู่บนสุดของโซ่อาหาร มีสถานะเทียบเท่ากับสัตว์บกกินเนื้อเพราะคอยทำหน้าที่ควบคุมปริมาณของสัตว์ต่างๆให้อยู่ในภาวะสมดุล

นกในกลุ่มเหยี่ยว จัดอยู่ในพวกนกล่าเหยื่อ เช่น เหยี่ยว นกอินทรี นกเลขานุการ แร้ง ไปจนถึงพวกนกกลางคืนอย่างนกแสกและนกเค้า หากพิจารณาจากลักษณะของเหยี่ยว จะพบว่ามันมีคุณสมบัติของความเป็นนักล่าอยู่ครบครัน ด้วยอาวุธอันทรงประสิทธิภาพซึ่งได้รับการออกแบบอย่างลงตัว

เหยี่ยว นักล่าเจ้าเวหาที่ สายตาเฉียบแหลมที่สุด !! - สาระน่ารู้

  • ตา-เหยี่ยวกลมโตอยู่ทางด้านข้างของหัว สายตาคมกริบมองเห็นได้ในระยะไกล มีสายตาดีกว่าคนเป็นร้อยเท่า นัยน์ตาเหยี่ยวจะมีน้ำมันช่วยหล่อเลี้ยง ทำหน้าที่เหมือนแว่นกรองแสง
  • หู-อยู่บริเวณข้างแก้มแม้จะไม่มีใบหูแถมยังมีขนปกคลุมแต่ประสาทสัมผัสในการได้ยินดีเยี่ยม
  • จมูก-อยู่บริเวณโคนปากบน มีรูจมูกเปิดกว้าง  ประสาทรับกลิ่นดีมาก อีแร้งสามารถได้กลิ่นซากสัตว์จากระยะไกลหลายกิโลเมตร
  • ปาก- จะงอยปากงองุ้มราวตะขอแหลมคมและแข็งแรงใช้สำหรับฉีกเหยื่อที่จับมาได้ออกเป็นชิ้นๆ
  • ปีก – แข็งแรงทรงพลังทำให้บินร่อนหาเหยื่อได้นานโดยใช้แพนหางช่วยในการเปลี่ยนทิศทาง การทรงตัว เหยี่ยวบางชนิดจะลู่ปีกลงเพื่อลดแรงปะทะช่วยเพิ่มความเร็วในการพุ่งเข้าหาเหยื่อ
  • ขา- ใหญ่แข็งแรงและกรงเล็บที่แหลมคมเป็นอาวุธประจำกายที่สำคัญที่สุดในการสังหารเหยื่อ เหยื่อเคราะห์ร้ายที่ตกอยู่ภายใต้กรงเล็บอันแข็งแรงของเหยี่ยวยากนักที่จะดิ้นหลุดรอดไปได้

เหยี่ยวส่วนใหญ่เป็นนักล่าที่ใช้ชีวิตสันโดษ ออกล่าเหยื่อตามลำพัง บริเวณที่จะพบเหยี่ยวได้ง่ายคือสถานที่เปิดโล่ง เพราะว่าเหยี่ยวต้องการพื้นที่กว้างขวางในการบินหาอาหาร ทุ่งนา พื้นที่ชุ่มน้ำ ชายฝั่งทะเลเป็นบริเวณที่เหยี่ยวชื่นชอบ

  • ตามสายไฟหรือต้นไม้ริมท้องทุ่ง เรามักพบเหยี่ยวขาวเป็นนกประจำถิ่น หากินในเมืองไทยตลอดปี อาหารหลักได้แก่ หนู มันจึงเป็นกำลังสำคัญในการกำจัดศัตรูพืชช่วยชาวนา
  • ตามหนองบึง ทะเลสาบ และลำน้ำใหญ่มักจะพบเหยี่ยวกินปลา ได้แก่ เหยี่ยวออสเปร เหยี่ยวปลาใหญ่หัวเทา เหยี่ยวปลาเล็กหัวเทา เหยี่ยวออสเปรจัดว่าเป็นนักหาปลาตัวยง
  • ตามชายทะเลเรายังพบเหยี่ยวกินปลาเจ้าประจำอีกกลุ่มหนึ่งคือ เหยี่ยวแดง และนกออก เหยี่ยวแดงเป็นนกที่มีสีสันสวยงาม หัวสีขาว ตัวสีน้ำตาล ไม่เหมือนเหยี่ยวชนิดอื่น ส่วนนกออกนั้นถือว่าเป็นลูกน้ำเค็มโดยแท้ ชอบเกาะอยู่ตามชายฝั่งและเกาะแก่งกลางทะเล บางคนเรียกว่าเหยี่ยวทะเล
  • ในป่าเต็งรังจะพบเหยี่ยวแมลงปอขาแดง ซึ่งมีขนาดเล็ก น่ารักแต่แฝงความเป็นนักล่าอยู่ครบครัน จะเกาะนิ่งอยู่ตามกิ่งไม้ หากได้จังหวะ ก็จะพุ่งออกไปโฉบกินแมลง แมลงปอขาดำเป็นเหยี่ยวที่เล็กที่สุดของไทยซึ่งมีถิ่นกำเนิดทางภาคใต้

ในทั่วโลกมีเหยี่ยว 304 ชนิด สำหรับประเทศไทยพบถึง 56 ชนิด ซึ่ง 3 ใน 4 เป็นเหยี่ยวอพยพ เมื่อเข้าฤดูหนาว เหยี่ยวพลัดถิ่นจะลี้ภัยหนาวมา จริงๆ แล้วความหนาวไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เหยี่ยวต้องละทิ้งแผ่นดินเกิด แต่เป็นเพราะป่าถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งและหิมะ หาอาหารยาก เพื่อความอยู่รอดมันจึงต้องเดินทางสู่เขตอบอุ่นเพื่อไปยังแหล่งอาหารที่สมบูรณ์กว่า ราวเดือนกันยายน-พฤศจิกายน เหยี่ยวจะรวมตัวกันออกเดินทาง อาศัยความทรงจำและประสบการณ์ครั้งก่อน

เหยี่ยวอพยพในเมืองไทยอาจมีที่มาจาก 3 เส้นทาง คือ

  1. เส้นทางจากรัสเซียลงใต้มาทางจีนและไทย
  2. เส้นทางจากญี่ปุ่น ไต้หวัน ลงมาฟิลิปปินส์
  3. เส้นทางจากญี่ปุ่นและชายฝั่งทะเลของจีน ลงมาทางตอนเหนือของไทย

การเดินทางไกลต้องใช้พลังงานมากแต่เหยี่ยวมีวิธีทุ่นแรงโดยอาศัยมวลอากาศร้อน ซึ่งเกิดจากการที่อากาศร้อนลอยตัวขึ้นมาจากพื้นดินเมื่อถูกแสงแดดแผดเผา เหยี่ยวจะอาศัยมวลอากาศร้อนนี้พยุงตัวบินร่อนเป็นวงไต่ระดับความสูงขึ้นไปเรื่อยๆจากนั้นจึงใชั้วิธีร่อนตามกระแสลมโดยแทบไม่ต้องกระพือปิก เหยี่ยวส่วนใหญ่มักไม่บินผ่านทะเล เพราะพื้นน้ำไม่ค่อยมีมวลอากาศร้อน

อุปสรรคในการบินอพยพของเหยี่ยวอีกอย่างหนึ่งคือ สภาพลมฟ้าอากาศ หากมีฝนตกจะพบว่าเหยี่ยวมักบินต่ำหรือหยุดบิน บางทีเจอพายุอาจจะทำให้พลัดหลงออกนอกเส้นทาง นอกจากนี้แล้วสิ่งก่อสร้าง เช่น ตึก เสาไฟ ก็ถือว่าเป็นอุปสรรคของพวกมัน การอนุรักษ์เหยี่ยวจึงเท่ากับเป็นการคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศที่เกี่ยวข้องกัน

ในเมืองไทยได้จัดกิจกรรมเกี่ยวกับการดูเหยี่ยวใช้ชื่อว่า เทศกาลดูเหยี่ยวอพยพ ครั้งแรกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 12-13 ตุลาคม 2545 บริเวณบ้านอู่ตะเภา ตำบลท่ายาง อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร ต่อมาในปี 2547 ได้เลื่อนเทศกาลออกไปเล็กน้อย เป็นวันที่ 23-25 ตุลาคม เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้ตื่นตากับฝูงเหยี่ยวกิ้งก่าสีดำ ซึ่งมักจะรวมตัวบินอพยพตรงกับวันปิยมหาราชเสมอ นอกจากนี้ยังพบเหยี่ยวผึ้งและเหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีนซึ่งพบมากเช่นกัน

พอเข้าฤดูร้อน ราวเมษายน-พฤษภาคม ก็ถึงเวลาที่เหยี่ยวจะต้องออกเดินทางอีกครั้ง  เที่ยวบินขากลับเหยี่ยวจะเปลี่ยนเส้นทางบินไปใช้แนวเทือกเขาแทน โดยอาศัยแรงส่งจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ นำมันกลับสู่ถิ่นฐานบ้านเกิด เมื่อเหยี่ยวต่างถิ่นบินกลับภูมิลำเนา เหยี่ยวในเมืองไทยก็ถือโอกาสจับคู่ผสมพันธุ์เช่นกัน เหยี่ยวจะมีการจับคู่แบบผัวเดียวเมียเดียวตลอดชีวิต และมักจะใช้ชีวิตคู่กันตลอดทั้งปี แต่มักอยู่ห่างๆ และแยกกันหากิน

การระบุเพศเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากหากไม่ได้นำตัวมาเทียบกันใกล้ๆ ปกติเหยี่ยวตัวเมียมักมีขนาดใหญ่กว่าตัวผู้ โดยทั่วไปเหยี่ยวพร้อมเจริญพันธุ์เมื่ออายุครบ 2 ปี แต่เหยี่ยวขนาดใหญ่ เช่น เหยี่ยวรุ้ง นกอินทรีบางชนิด อาจต้องใช้เวลามากกว่านั้น ส่วนเหยี่ยวขนาดเล็กอายุเพียง 1 ปีก็สามารสืบพันธุ์ได้แล้ว

เหยี่ยวส่วนใหญ่ทำรังวางไข่ปีละครั้ง รังเหยี่ยวมักอยู่ตามต้นไม้สูงหรือชะง่อนผา สร้างด้วยกิ่งไม้ซ้อนทับกันอย่างหยาบๆ แต่เหยี่ยวแมลงปอจะใช้รังของนกโพระดกหรือนกหัวขวานที่ไม่ใช้แล้ว หรือบางทีก็ใช้วิธีแย่งตัวอื่นๆ เหยี่ยวจะวางไข่ครั้งละ 2-4 ฟอง แต่บางชนิดก็วางไข่แค่ฟองเดียว เหยี่ยวขนาดเล็กจะวางไข่มากกว่านั้น บางตัวอาจถึง 7 ฟอง แต่ส่วนมากเรามักพบไข่ในรัง 2 ฟอง

ไข่จะฟักพร้อมๆกัน เมื่อแรกเกิดจะมีขนสีขาวฟูฟ่อง ขนนุ่มๆทำหน้าที่ช่วยให้ความอบอุ่นแก่ลูกนก เมื่อเติบโตขึ้นมาจะนำอาหารมาวางไว้ที่ก้นรังให้ลูกนกแย่งจิกกินลูกนกที่ลืมตาออกมาดูโลกก่อน มีขนาดใหญ่กว่าแข็งแรงกว่าแย่งกินอาหารได้มากกว่า ฝ่ายลูกนกตัวที่เล็กกว่าแย่งกินอาหารไม่ทันก็จะยิ่งอ่อนแอลงและอดตายไปในที่สุด ความตายของลูกนกถือเป็นเรื่องธรรมดา ตัวที่ตายจะกลายเป็นอาหารสำหรับตัวที่มีชีวิตรอด

ทุกวันนี้ป่าเมืองไทยถูกคุกคามหลงเหลือน้อยนิดเพราะคนตัดไม้ทำลายป่า ในขณะที่สัตว์ป่าต่างถูกล่าไปมากมายความอุดมสมบูรณ์ลดน้อยลง อาหารการกินของเหยี่ยวก็หาได้ยากลำบากขึ้น การลดจำนวนลงของนกนักล่าเห็นได้ชัด แม้จะมีศักดิ์ศรีเป็น เจ้าเวหา แต่นกนักล่าแห่งฟากฟ้าก็ยังต้องพ่ายแพ้ต่อน้ำมือมนุษย์ซึ่งมีความสามารถในการทำลายล้างสูง อนาคตของเหยี่ยวจึงไม่แตกต่างจากสัตว์ป่าอื่นๆ

สนับสนุนโดย แทงบอล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *