สัญญาณบ่งบอกว่าคุณกำลัง “คิดลบ” ! เปลี่ยนตัวคุณเองซะ

สัญญาณบ่งบอกว่าคุณกำลัง “คิดลบ” ! เปลี่ยนตัวคุณเองซะ

ในยุคที่โซเชียลมีเดียเข้ามามีบทบาทต่อคนเรามากขึ้น ส่งผลให้ใครหลายคนกล้าที่จะแสดงออกทางความคิดเห็น และวิพากษ์วิจารณ์เรื่องต่างๆ มากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งมันก็สามารถบ่งบอกถึงทัศนคติและการมองโลกของคนๆ นั้นได้เป็นอย่างดี ส่วนใครที่ชอบคิดว่าชีวิตนี้ไม่มีอะไรดีเลย เห็นอะไรก็ขวางหูขวางตา ไม่มีความสุข แม้กระทั่งใครพูดอะไรก็ต้องโต้แย้งไปเสียหมด หรือการมองว่าโลกโหดร้ายเกินกว่าที่จะมองมันในแง่ดีได้ รู้มั้ยคะว่านี่อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าคุณกำลัง  คิดลบ  อยู่ ควรต้องระวังเอาไว้

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า หลายๆ คน อาจเป็นคนคิดลบ หรือมีนิสัยมองโลกในแง่ร้ายแบบไม่ทันรู้ตัว เนื่องจากการไม่เคยเชื่อว่าสิ่งรอบตัวนั้นดีจริงๆ หรือเพียงเพราะแค่อยากอยู่เหนือผู้อื่น ไม่ยอมให้ใครดีเกินหน้าเกินตา เราก็กลายเป็นคนที่คิดลบไปโดยอัตโนมัติแล้ว ดังนั้น รีบตามมาเช็คสัญญาณตัวเอง แล้วแก้ไขให้ทันก่อนสายเกินไปดีกว่า

คิดลบ

โทษตัวเอง และมองว่าชีวิตคนอื่นนั้นดีกว่า

บ่อยครั้งเวลาที่คุณทำอะไรไม่สำเร็จ คุณจะชอบคิดโทษตัวเองแทนการให้กำลังใจตัวเอง แต่รู้มั้ยคะว่าคนที่เค้าคิดบวกและมองโลกในแง่ดีหลายๆ คน มักจะใช้ช่วงที่ทำผิดพลาด ผลักดันจนเกิดเป็นโอกาสที่จะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ไม่ใช่เอาแต่หวาดกลัว ไม่กล้าลงมือทำ เพราะเกรงว่าจะผิดหวังเหมือนเดิม

-ถึงแม้คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่ก็เลือกที่จะทำให้ชีวิตตัวเองนั้นดีขึ้นได้นะ อย่างแรกเลยก็คือการทำความเข้าใจว่า ไม่มีใครเกิดมาแล้วไม่ผิดหวัง ขึ้นอยู่กับว่าเราจะกล้ายอมรับและเปลี่ยนแปลงมันให้ดีขึ้นได้มากน้อยแค่ไหน

เห็นแก่ตัว เห็นแก่ผลประโยชน์ที่ตัวเองจะได้

‘คนคิดลบ’ จะมีนิสัยประจำตัวอย่างหนึ่งคือ ไม่ว่าจะทำอะไร มักมองหาแต่ประโยชน์ที่ตัวเองจะต้องได้รับ นั่นก็เพราะเค้ากลัวว่าจะถูกคนอื่นมาเอาเปรียบ หรือแสวงหาผลประโยชน์จากตัวเค้า จึงต้องหาสารพัดวิธีขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเอง จนส่งผลให้กลายเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย และไม่มีน้ำใจไมตรีต่อใครเลย

-จงอย่าลืมว่าเราไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพังคนเดียวบนโลกใบนี้ การปรับปรุงทัศนคติของตัวเอง และเปลี่ยนการมองโลกให้ดียิ่งขึ้น จึงจะสามารถช่วยให้เรามีความสุขมากกว่าที่เป็นอยู่ได้

รู้สึกเฉยๆ เวลาที่เห็นคนอื่นได้ดี

คุณเป็นหรือเปล่า ? กับอาการรู้สึกเฉยๆ ไม่ยินดียินร้ายกับใคร ทั้งๆ ที่เรื่องราวเหล่านั้นดูจะเป็นเรื่องที่น่ายินดีเสียด้วยซ้ำไป ซึ่งลึกๆ ในใจของคนประเภทนี้ อาจเต็มไปด้วยความอิจฉาและความวิตกกังวล คือกลัวว่าคนรอบข้างจะได้ดีกว่า และคิดว่าตัวเองจะต้องพยายามให้มากขึ้น เพื่อยืนอยู่เหนือคนอื่นๆ เห็นมั้ยล่ะคะว่า แค่ฟังดูก็น่าอึดอึดใจจะแย่แล้ว

-หากใครรู้ตัวว่าเรากำลังเข้าข่ายการเป็นคนประเภทนี้ ควรรีบเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเอง โดยการเลิกวิ่งตามคนอื่น จงคิดถึงตัวเองและภาคภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่เสมอ

ข้อมูลจาก :  24hsport.co

ติดตามสาระอื่น ๆ : https://www.interguardias.com/

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *